Wednesday, October 29, 2008

Faculty of Tropical Medicine, Mahidol University

ประวัติความเป็นมา
คณะเวชศาสตร์เขตร้อน เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล ก่อตั้งขึ้นโดยการริเริ่มของ ศาสตราจารย์นายแพทย์จำลอง หะริณสุต และศาสตราจารย์แพทย์หญิงคุณหญิงตระหนักจิต หะริณสุต จากแนวคิดที่ว่า หลักสูตรแพทยศาสตร์ของประเทศไทยในสมัย 40 ปีก่อน ไม่มีการเรียนการสอนเฉพาะทางโรคเขตร้อน แพทย์ผู้ที่สนใจจะศึกษาต่อเฉพาะทางโรคเขตร้อนต้องเดินทางไปศึกษาต่อในประเทศเขตหนาว เช่น ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีสถาบันที่มีชื่อเสียงเรื่องโรคเขตร้อนตั้งอยู่ แพทย์ไทยมีความจำเป็นต้องให้บริการตรวจและรักษาคนไข้ด้วยโรคเขตร้อนอยู่เสมอ เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร แนวคิดของทั้งสองท่านที่จะจัดตั้งให้มีสถาบันโรคเมืองร้อนขึ้นในประเทศไทยนั้น มีผู้เห็นด้วยและได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญหลายท่านในขณะนั้นได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์สวัสดิ์ แดงสว่าง อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ บี จี มีเกรท คณบดีสถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ดร.กำแหง พลางกรู เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น
ในที่สุด จึงมีการก่อตั้งคณะอายุรศาสตร์เขตร้อน(ชื่อเดิม) ขึ้นในสังกัดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์(หรือมหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2503 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อ "สอนและอบรมแพทย์และบุคคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้ความชำนาญในการบำบัด รักษาและป้องกันโรคเขตร้อน ทำการศึกษาวิจัยค้นคว้าเพื่อการแก้ปัญหาโรคเขตร้อน ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ พร้อมทั้งให้บริการรักษาผู้ป่วย รับปรึกษาให้คำแนะนำแก่แพทย์และสถาบันการแพทย์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องโรคเขตร้อน"
ในช่วงแรกของการก่อตั้งคณะอายุรศาสตร์เขตร้อนมีสำนักงานชั่วคราวอยู่ที่โรงเรียนเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในปีต่อมาเมื่อการก่อสร้างตึกเวชกรรมเมืองร้อนที่ถนนราชวิถีแล้วเสร็จ จึงได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ ณ สถานที่ปัจจุบัน โดยให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยควบคู่ไปกับการเรียนการสอนและการค้นคว้าวิจัย เริ่มแรกจัดตั้งมีเพียง 5 แผนกวิชาและแผนกธุรการ ได้แก่ แผนกอายุรศาสตร์เขตร้อน แผนกพยาธิโปรโตซัว แผนกปาราสิตหนอนพยาธิ แผนกกีฏวิทยาการแพทย์ แผนกสุขวิทยาเขตร้อน และแผนกธุรการ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 ได้เปิดอาคารโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนเพื่อให้บริการผู้ป่วยโดยเริ่มจากโรงพยาบาลขนาด 20 เตียง ต่อมาขยายเป็ฯ 100 เตียง จนเป็น 200 เตียงในปัจจุบัน
ในระยะ 7 ปี แรกของการเรียนการสอน คณะอายุรศาสตร์เขตร้อนเปิดรับสมัครแพทย์ชาวไทยเข้าเรียนในหลักสูตรประกาษนียบัตรอายุรศสตร์เขตร้อนและสุขวิทยา (D.T.M.&H.) ในปี พ.ศ. 2508 มีการก่อตั้งองค์การรัฐมนตรีศึกษาธิการแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southesat Asian Ministers of Education Organization หรือ SEAMEO เรียกชื่อย่อเป็นภาษาไทยว่า องค์การซีมีโอ) ซึ่งเล็.เห็นความสำคัญของการศึกษาหลังปริญญาสาขาอายุรศาสตร์เขตร้อน ดังนั้นในปี พ.ศ. 2510 รัฐบาลไทยจึงตั้งให้คณะอายุรศาสตร์เขตร้อนเป็นศูนย์เวชศาสตร์เขตร้อนขององค์การซีมีโอ ขณะเดียวกันคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ก็เป็นที่ก่อตั้งของศูนย์ประสางานโครงการภูมิภาคเวชศาสตร์เขตร้อนและสาธารณสุขของซีมีโอด้วย (SEAMEO-TROPMED Network) การจัดการเรียนการสอนได้เปลี่ยนไปเป็นระดับนานาชาติ โดยเฉพาะหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตอายุรศาสตร์เขตร้อนและสุขวิทยา (Graduate Diploma in Tropical medicine and Hygiene หรือ D.T.M.&H.) ได้มีการแก้ไขและปรับปรุงโดยผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์จากสถาบันเวชศาสตร์เขตร้อนของต่างประเทศ ทำให้คณะอายุรศาสตร์เขตร้อนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าเป็นโรงเรียนแพทย์เวชศาสตร์เขตร้อน ในระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้
คณะอายุรศาสตร์เขตร้อนได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ในปี พ.ศ. 2518 และต่อมาในปี พ.ศ. 2536 คณะฯ ได้รับการยกฐานะเป็นศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยเวชศาสตตร์เขตร้อนของซีมีโอ (SEAMEO Regional Centre for Tropical Medicine) โดยมีหน้าที่รับผิดชอบสำคัญด้านการสอนในระดับหลังปริญญาให้แก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศสมาชิกของซีมีโอ รวม 10 ประเทศ
คณะเวชศาสตร์เขตร้อนมีการพัฒนาการมาเป็นลำดับ จากเดิมที่มีเพียง 5 แผนกวิชา ปัจจุบันประกอบด้วย 11 ภาควิชา และสำนักงานคณบดี รวมทั้งโรงพยาบาล 1 แห่ง นอกจากนี้ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ได้รับมอบหมายจากองค์การระหว่างประเทศให้เป็นที่ตั้งศูนย์ความร่วมมือทางวิชาการต่าง ๆ ดังนี้
1. SEAMEO-TROPMED Network
2. SEAMEO-TROPMED Regional Centre for Tropical Medicine
3. WHO Collaborating Centre for Environmental Management of Diseases and Vector Control in Sustainable Development
4. WHO Collaborating Centre for Clinical Management of Malaria
5. Mahidol-Oxford Tropical Medicine Research Unit (MORU)
6. International Drug Development Co.,LTD. (IDD)
7. WHO-Mekong Malaria Program
ปณิธาน
คณะเวชศาสตร์เขตร้อนเป็นสถาบันวิชาชีพชั้นสูงในมหาวิทยาลัย ให้การศึกษาวิชาเวชศาสตร์เขตร้อนแก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสนองความต้องการของสังคมด้านสาธารณสุขของประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มุ่งเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์การแพทย์ประยุกต์ รวบรวม เผยแพร่ และถ่ายทอดความรู้เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการในสาขานี้ ในด้านการบริการชุมชน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ทำการตรวจวินิจฉัยรักษาป้องกันโรคเขตร้อนและส่งเสริมสุขอนามัย
คณะเวชศาสตร์เขตร้อนมีจุดมุ่งหมายที่จะปลูกฝัง ให้บุคลากรทางการแพทย์มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาเวชศาสตร์เขตร้อน สามารถนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาสาธารณสุขของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมชนบท มีความรอบรู้ ความคิดริเริ่ม ใฝ่รู้อยู่เสมอ รอบคอบ รู้จักตนและหน้าที่รับผิดชอบ มีศีลธรรมและเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม
วิสัยทัศน์ Vision
Asia's Leader in Tropical Medicine
"คณะเวชศาสตร์เขตร้อน เป็นสถาบันชั้นนำทางเวชศาสตร์เขตร้อนในภูมิภาคเอเชีย"
พันธกิจ
1. มุ่งสู่การวิจัยที่เป็นเลิศเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ทางด้านเวชศาสตร์เขตร้อนและการประยุกต์ใช้
2. ผลิตและพัฒนาบุคลากรระดับบัณฑิตศึกษาทางด้านการแพทย์และวทยาศาสตร์สุขภาพ ที่มีคุณภาพ คุณธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาชีพในระดับสากล
3. ให้บริการวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศไทยและประเทศอื่นที่มีปัญหาโรคเขตร้อน
4. ทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม คุณชีวิต และการดำรงชีวิตในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
5. บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมทั้งใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการพัฒนางานวิชาการ การบริการสังคมและระบบบริหารจัดการ
ในปัจจุบันคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม. มหิดล อยู่ภายใต้การนำของ รศ. ประตาป สิงหศิวานนท์ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน
คณะเวชศาสตร์เขตร้อนเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นจากการจัดการประชุมนานาชาติเวชศาสตร์เขตร้อน หรือ Jiont International Tropical Medicine meeting ที่ได้รับความร่วมมือจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ไทยและต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมมากมาย และหัวข้อเรื่องในการประชุมก็น่าสนใจทุกปี โดยการจัดการประชุมนานาชาติจะจัดกันประมาณ 2 วัน อยู่ระหว่างเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน ของทุกปี
หากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ท่านใดสนใจสามารถติดต่อเข้าร่วมประชุมได้ที่ งานบริการวิชาการและวิจัย 02-649-5578 และ 02-354-9100-19 ต่อ 1524-1525 หรือ หน่วยประชาสัมพันธ์ 02-354-9143 และ02-354-9100-19 ต่อ 1304,1308
การบริการของคณะเวชศาสตร์เขตร้อนยังมีสมุนไพรกันยุง ครีมทากันยุง ยาหม่องกันยุง น้ำมันไพล น้ำมันงาอะโรมาตระไคร้ภูเขา ยาหม่องเสลดพังพอน จำหน่ายและเปิดสอนให้กับผู้ที่สนใจ โดยการนำของคุณแก้วมาลา ปาละกูล หน่วยวิจัยยาฆ่าแมลง ภาควิชากีฎวิทยาการแพทย์ (02-354-9100-19 ต่อ 1841-1845)
ในด้านการบริการของโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนก็ไม่น้อยหน้ากัน หรือการบริการเวชศาสตร์ฝังเข็มแผนจีนโทร. (02-354-9100-19 ต่อ 1420) คลินิกโรคผิวหนัง (02-354-9100-19 ต่อ 1410) ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากมาย และยังมีเวชศาสตร์นวดแผนไทย (02-643-5586-7 หรือ 02-354-9100 ต่อ 1652,1612) กายภาพบำบัด (02-354-9100 ต่อ 1225-7) และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ การรักษาผู้ป่วยบวมน้ำเหลือง (02-354-8395, 02-368-2555, 02-354-9100 ต่อ 1441) แขนโต ขาโต จากการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ เรียกได้ว่าโรงพยาบาลเล็ก ๆ ที่เริ่มรักษาแค่โรคมาลาเรีย โรคไข้เลือดออก แต่ในปัจจุบันกลับเป็นโรงพยาบาลที่รับรักษาโรคทั่วไปมากมาย และในอนาคตอันใกล้นี้ คณะเวชศาสตร์เขตร้อนจะมีอาคารศูนย์ความเป็นเลิศด้านเวชศาสตร์เขตร้อน ที่เปิดบริการทุกด้านทางด้านการแพทย์แบบสมบูรณ์ในภูมิภาคเอเชีย...